Category: ข่าวสาร

  • STECO KMUTT ประกาศความสำเร็จหลักสูตร “Goal-Oriented Management รุ่นที่ 1” ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร มุ่งสร้างผลสัมฤทธิ์ให้องค์กรอย่างยั่งยืน

    STECO KMUTT ประกาศความสำเร็จหลักสูตร “Goal-Oriented Management รุ่นที่ 1” ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร มุ่งสร้างผลสัมฤทธิ์ให้องค์กรอย่างยั่งยืน

    วันที่ 19 กันยายน 2568 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขอขอบคุณผู้บริหารและผู้นำทีมทุกท่านที่เข้าร่วมอบรม และร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยพลัง ความตั้งใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีคุณค่า

    ตลอดการอบรม ผู้เข้าเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ การถ่ายทอดเป้าหมายสู่การปฏิบัติจริง ไปจนถึงการพัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการสื่อสาร เพื่อสร้างทีมที่เดินหน้าไปสู่ความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน

  • อำพลฟูดส์ จับมือ มจธ. พัฒนาบุคลากรยุคดิจิทัล สร้างนวัตกรรมรับเศรษฐกิจใหม่เสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

    อำพลฟูดส์ จับมือ มจธ. พัฒนาบุคลากรยุคดิจิทัล สร้างนวัตกรรมรับเศรษฐกิจใหม่เสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

    วันที่ 15 สิงหาคม 2568 บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล

    ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับการลงนามความร่วมมือระหว่าง บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้ก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสภาพแวดล้อมในการทำงานและเทคโนโลยีที่ใช้จริงของอุตสาหกรรม มีความเชื่อมั่นว่าทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือยกระดับมาตรฐานนักศึกษาและเพิ่มโอกาสในเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และงานวิจัย ที่มีความพร้อมทั้งด้านคณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรที่มีคุณภาพ ได้การยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ประกอบกับมาตรฐานเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหารของกลุ่มอำพลฟูดส์ จะช่วยส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะในการประกอบอาชีพ ช่วยยกระดับทักษะการปฏิบัติงานให้ตรงกับตลาดแรงงานและความต้องการของอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ”

    รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า “มจธ. เป็นองค์กรที่ตื่นตัวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เราเป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างผลงานวิชาการทั้งในด้านการวิจัย การผลิตบัณฑิต การให้คำปรึกษา และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจและสังคมโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนมีความเชื่อมโยงมากขึ้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ผู้บริโภคยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคม การปรับตัวให้สอดรับกับความคาดหวังเหล่านี้จึงเป็นปัจจัยที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ ส่งผลให้ธุรกิจต้องเร่งลงทุนในการวิจัยและนวัตกรรม และพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทย จึงเกิดการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้ที่มุ่งเน้นความร่วมมือโครงการสหกิจศึกษา สำหรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. เพื่อเปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติงานจริงในองค์กรชั้นนำ พร้อมทั้งดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของบริษัท โดยศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการซัพพลายเชนดิจิทัล การบริหารจัดการยุคใหม่ เป็นต้น ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมตอบโจทย์ความท้าทาย”

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มจธ. กล่าวว่า “ด้วยภารกิจหลักของศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร ได้แก่ การวิจัยสร้างองค์ความรู้ด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขัน การให้คำปรึกษาทางด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขัน และการพัฒนาบุคลากรของภาครัฐและภาคเอกชนให้สามารถสร้างและขับเคลื่อนปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันองค์กรได้นั้น STECO จึงมีความพร้อมที่จะออกแบบและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ช่วยเสริมสร้างความสามารถของบุคลากรในทุกระดับ และจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของอำพลฟูดส์ฯ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร”

  • STECO ร่วมกับ ททท. จัดงาน KM Day 2025 สร้างทุนทางปัญญาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

    STECO ร่วมกับ ททท. จัดงาน KM Day 2025 สร้างทุนทางปัญญาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “KM Day 2025” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนกระบวนการจัดการความรู้และจัดเก็บองค์ความรู้ที่สำคัญขององค์กร ประจำปี 2568 ณ ห้องโถงธนะรัชต์ ททท. สำนักงานใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมการเรียนรู้ สร้างรากฐานสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขัน

    คุณจิราณี พูนนายม ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้บุคลากร ททท. ทุกหน่วยงานร่วมชมผลงานและเรียนรู้แนวทางการจัดการความรู้จาก KM Team เปิดโลกแห่งความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาองค์กร และคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม KM Day 2025 ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชาว ททท. ในการยกระดับการจัดการความรู้ให้เป็นระบบ เป็นรูปธรรม และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรของเราให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง พร้อมกิจกรรมไฮไลต์การสุ่มหมายเลขเป้าหมายการจัดเก็บองค์ความรู้ปี 2568 ซึ่งตรงกับเป้าหมาย 124 องค์ความรู้ที่ ททท. ตั้งใจจะดำเนินการให้สำเร็จในปีนี้

    จากนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร และผู้จัดการโครงการ กล่าวถึงกิจกรรมภายใต้โครงการตลอดปีที่ผ่านมา ได้แก่ การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ KM Action Plan การจัดเก็บองค์ความรู้จากทุกหน่วยงาน การคัดเลือก KM Role Model การประเมินสมรรถนะด้านการจัดการความรู้ และการศึกษาดูงานองค์กรชั้นนำ รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งสำคัญในวันนี้ที่รบรวมองค์ความรู้ได้ทั้งหมด 124 องค์ความรู้

    ภายในงาน ยังมีการนำเสนอผลงานองค์ความรู้จากหน่วยงานต้นแบบทั้ง 3 ภาคส่วน ได้แก่ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน และ ททท. สำนักงานนิวเดลี พร้อมเสวนาพิเศษจากตัวแทน KM Team ต้นแบบ ถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ของ ททท. บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความรู้ และแรงบันดาลใจ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ททท. ในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

  • STECO KMUTT จัดWorkshop เพื่อพัฒนาระบบสมรรถนะ ภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบสมรรถนะของสำนักงาน ป.ป.ช.

    STECO KMUTT จัดWorkshop เพื่อพัฒนาระบบสมรรถนะ ภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบสมรรถนะของสำนักงาน ป.ป.ช.

    เมื่อวันที่ 5 และ 10 มิถุนายน 2568 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อพัฒนาระบบสมรรถนะ ภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบสมรรถนะของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด “สมรรถนะ” และร่วมวิเคราะห์สมรรถนะขององค์กร เพื่อนำไปใช้พัฒนาบุคลากรและองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

    กิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดด้านสมรรถนะ การระดมสมองและอภิปรายกลุ่มเกี่ยวกับสมรรถนะ ความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมที่สำคัญของแต่ละตำแหน่งงาน และการประยุกต์ใช้ระบบสมรรถนะในบริบทของสำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย ผศ. ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ หัวหน้าโครงการ ดร.สันติชัย อินทรอ่อน และ รศ. ดร.สุจินดา โพธิ์ไพฑูรย์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาโครงการ

    บรรยากาศกิจกรรมเต็มไปด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ความคิดสร้างสรรค์ และพลังแห่งการพัฒนาองค์กร ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการผลักดันระบบสมรรถนะให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนสำนักงาน ป.ป.ช. สู่ความเป็นเลิศ

  • พลิกโฉมธุรกิจด้วย AI ปลดล็อกการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรอย่างไร้ขีดจำกัด

    พลิกโฉมธุรกิจด้วย AI ปลดล็อกการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรอย่างไร้ขีดจำกัด

    เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน Dinner Talk ในหัวข้อ Transforming Businesses with AI: Unlocking Growth and Competitiveness ณ ห้องบอลรูม โรงแรม S31 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดกลยุทธ์ธุรกิจด้วย AI เพื่อการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ภายในงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) กล่าวว่า STECO พร้อมเป็นศูนย์กลางสำคัญในการรวบรวมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ AI เนื่องจากในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม การบริการ การเงิน ไปจนถึงภาครัฐ วันนี้เราอยู่ที่จุดที่ไม่ใช่แค่การทดลองใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่คือการ Transform หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบขององค์กรอย่างสิ้นเชิง ด้วยพลังของข้อมูล และระบบอัจฉริยะ ทุกวันนี้เราจะต้องอยู่กับ AI ในชีวิตประจำวัน เหมือนที่เราอยู่กับอินเตอร์เนตแบบแยกจากกันไม่ได้

    ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร J.I.B. AI ถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร วันนี้เรากำลังอยู่ในโลกที่ธุรกิจต้องวิ่งเร็วขึ้นทุกวัน แต่ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเวลา คน หรือเงิน กลับมีอยู่อย่างจำกัด นี่คือเหตุผลว่าทำไม AI หรือปัญญาประดิษฐ์ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะ AI คือ ตัวคูณพลังที่จะช่วยให้องค์กร ทำได้มากขึ้น ด้วยทรัพยากรเท่าเดิม หรือแม้แต่น้อยลง ผลักดันองค์กรเราให้สำเร็จ AI จะไม่มาแทนที่มนุษย์ เพราะ AI Draft, Human Craft มอง AI เป็นตัวช่วยมนุษย์ทำงานได้อย่างชาญฉลาด

    จากนั้น คุณรัตนพล วงศ์นภาจันทร์ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท สยามเอไอ จำกัด เล่าถึงการนำ AI กับการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันองค์กรอย่างไร้ขีดจำกัด ในอดีต เราจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แต่วันนี้ เรามี AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลภายในไม่กี่วินาที คาดการณ์แนวโน้มตลาดก่อนที่มันจะเกิด และเรียนรู้จากพฤติกรรมลูกค้าจนเข้าใจได้ลึกกว่าที่คนทำได้ แต่ปัญหาขององค์กรในประเทศไทย คือ การไม่มีข้อมูลที่อยู่ในประเทศไทย ทำให้องค์กรขนาดใหญ่ไม่กล้าใช้ AI เนื่องจากต้องป้อนข้อมูลให้ AI ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นถือเป็นความลับขององค์กร ทางเดียวที่จะแก้ไขได้คือ การสร้าง AI ขององค์กรที่ใช้ข้อมูลขององค์กรที่อยู่ในประเทศไทย ในยุคของ AI สิ่งที่จำเป็นต้องมีในปัจจุบัน คือ Data Factory ซึ่ง Siamai ได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนให้คนไทยมี AI ที่ปลอดภัยใช้งานกันได้อย่างทั่งถึง

    คุณอราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าหน่วยงานธุรกิจโซลูชั่นสำหรับผู้ใช้งานระบบ AIS กล่าวว่า Gen AI และ Quantum Computing ปฏิวัติโลก โดย Gen AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเนื้อหา ออกแบบระบบ และคิดวิเคราะห์แทนมนุษย์ในบางบทบาท ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงลดเหลือไม่กี่นาที ทำให้ประหยัดต้นทุนจากการลดการพึ่งพาทรัพยากรบุคคลซ้ำซ้อน การทดลองไอเดียใหม่ ๆ และสร้างนวัตกรรมให้องค์กร ส่วน Quantum Computing เป็นเทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนวิธีคิดของเราทั้งระบบ โดยเฉพาะในเรื่องการคำนวณ การประมวลผล และการแก้โจทย์ซับซ้อนในระดับที่ AI เดิมยังทำไม่ได้ ดังนั้น Quantum Computing คือ เทคโนโลยีที่อาจใช้เวลา แต่เมื่อถึงวันนั้น มันจะเปลี่ยนทุกอย่างในชั่วพริบตา ผู้บริหารที่พร้อมก่อนจะกลายเป็นผู้นำตลาดใหม่ในยุคที่ไม่มีใครใช้กฎเก่าเล่นอีกต่อไป องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวโดยการการเอา Business process มาทำให้เป็น Digital เพื่อใช้ AI

    ทั้งนี้ หากคุณกำลังต้องการปลดล็อกศักยภาพผู้นำยุค AI ถ้าองค์กรคุณยังไม่มี AI คุณจะอยู่รอดได้อีกนานแค่ไหน? ถึงเวลาปฏิวัติองค์กรด้วย Mini MBA in AI for Future Leaders รุ่นที่ 2 หลักสูตร 5 โมดูล ที่จะเปลี่ยนคุณเป็น AI-Driven Leader ตัวจริง

  • STECO ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยวพัฒนาองค์ความรู้และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งและรถบ้าน

    STECO ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยวพัฒนาองค์ความรู้และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งและรถบ้าน

    เมื่อวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2567 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) พร้อมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะ ศักยภาพ และผลกระทบของการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งและรถบ้าน ภายใต้โครงการพัฒนาองค์ความรู้และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งและรถบ้าน (Camping and Recreational Vehicle Parks) ณ โรงแรมวังยาวริเวอร์ไซต์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

    โดย นางสาวอนุธิดา สุดสม นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กล่าวเปิดงานและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นกรอบในการจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งและรถบ้านในอนาคต นำไปสู่การยกระดับความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การจ้างงาน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งแนวทางในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งและรถบ้าน ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างดียิ่งจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการลานกางเต็นท์ รีสอร์ท ผู้ประกอบการกิจกรรมท่องเที่ยว และสมาคมต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครนายก

  • STECO จัดโครงการองค์กรนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนให้กับผู้บริหาร ททท.

    STECO จัดโครงการองค์กรนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนให้กับผู้บริหาร ททท.

    เมื่อวันที่ 9 – 10 กันยายน 2567 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดโครงการองค์กรนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน (Sustainability toward Innovative Organization) ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ โรงแรมโนโวเทล บางนา กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในระบบสืบทอดตำแหน่ง รวมถึงผู้บริหารในระดับต้นและระดับสูง ให้สามารถนำพาองค์กรสู่ความยั่งยืนและนวัตกรรมในอนาคต  ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และ Dinner talk

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) กล่าวต้อนรับพร้อมแนะนำหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการและแนวทางที่ใช้ในการสร้างความยั่งยืนและการเติบโตในองค์กรเพื่อให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศต่อไป

    สำหรับกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ดร.รังสรรค์ เกียรติ์ภานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นวิทยากรการอบรมเชิงปฏิบัติการ Data analytics for decision making ซึ่งเป็นการฝึกฝนการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในระดับองค์กรได้อย่างรอบคอบและมั่นใจ

    หลังจากนั้น นำผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมและการจัดการความยั่งยืน เยี่ยมชมระบบอัตโนมัติและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดย Mr. Chang Tsai-hsing (Jackie) กรรมการบริหารบริษัท กล่าวต้อนรับและแนะนำบริษัท ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่นำแนวคิดการจัดการนวัตกรรมและความยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินงานจนประสบความสำเร็จ  

    ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Dinner talk หัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน” โดยคุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทย การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ความปลอดภัย รวมทั้งการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เกิดเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวไทยและสร้างความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

  • Thailand Competitiveness Forum 2024: เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน

    Thailand Competitiveness Forum 2024: เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน

    เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน Thailand Competitiveness Forum 2024 ณ Auditorium อาคาร KX Knowledge Xchange ถ.กรุงธนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับ ทิศทางเศรษฐกิจไทย 2025 การยกระดับอุตสาหกรรมไทย เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อีกทั้งกิจกรรมการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ สร้างโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    .
    รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวต้อนรับพร้อมให้มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศต่อไป จากนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) บรรยายหัวข้อ “การยกระดับความสามารถทางการแข่งขันสู่องค์กรแห่งความยั่งยืนด้วย STECO’s Enterprise Mix” ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้เกิดการยกระดับทักษะบุคคล ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันองค์กร และยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไป
    .
    จากนั้นเป็นการเสวนา “เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย” โดยมี รวีรัตน์ สัจจวโรดม ประธานบริหาร สายงานการเงินและกลยุทธ์ บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) วริทธิ์ กฤตผล Commercial Director บริษัท Rayong Engineering & Plant Service Co., Ltd. หรือ REPCO Nex Industrial Solutions ในเครือ SCG และวิศรุต เอื้ออานันท์ Chief Digital Mar Tech Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ดำเนินการเสวนาโดย ดร.รังสรรค์ เกียรติ์ภานนท์ ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย พร้อมขัอคิดสำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้นสร้างหรือประยุกต์ใช้นวัตกรรมในองค์กร
    .
    ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมกับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย” วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ ซึ่งจะทำให้ประเทศมีความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และจัดการกับความท้าทายต่างๆ ที่ส่งผลกระทบสำคัญต่อประเทศ เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยสถาบันการจัดการนานาชาติ หรือ IMD ประจำปี 2566 ในอันดับที่ 30 จากเดิมอยู่ในอันดับที่ 33 ซึ่งในปี 2567 นี้พบว่าข้อจำกัดของภาคธุรกิจไทย อยู่ที่ความสามารถด้านผลิตภาพ ดังนั้น ความท้าทายของภาคธุรกิจไทย คือ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มมูลค่าและผลิตภาพในสินค้าหรือบริการ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและทักษะที่จำเป็นให้สามารถปฏิบัติงานได้เท่าทันเทคโนโลยีและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตภายใต้สภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน นับเป็นความโชคดีที่ประเทศไทยมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง ตลอดจนมีรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเข้มข้น
    .
    นอกจากนั้น สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจกับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย” ซึ่งเป็นการฉายภาพให้ผู้ร่วมงานได้เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย และแนวโน้มการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจของประเทย ปิดท้ายด้วย เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับอุตสาหกรรมไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

  • STECO ร่วมกับ ททท. มอบประกาศนียบัตรให้แก่ Talent Candidates และผู้ผ่านการคัดเลือก TAT Talent 2566

    STECO ร่วมกับ ททท. มอบประกาศนียบัตรให้แก่ Talent Candidates และผู้ผ่านการคัดเลือก TAT Talent 2566

    เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ Talent Candidates และผู้ผ่านการคัดเลือก TAT Talent 2566 ณ ห้องสมุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากคุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรและรางวัลสำหรับคนเก่งขององค์กร (Talent) พร้อมด้วยรองผู้ว่าและคณะผู้บริหาร ททท. ร่วมแสดงความยินดี ในการนี้ ผศ.ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้จัดการโครงการบริหารคนเก่ง ททท. ปีงบประมาณ 2566 และ ดร.สุขยืน เทพทอง ที่ปรึกษาโครงการ เข้าร่วมพิธีด้วย โดยโครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2565 ในการนำ Talent Candidates เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจขององค์กรใน 3 หลักสูตร ได้แก่ ภาวะผู้นำ การประเมินและบริหารผลงาน และการจัดการนวัตกรรม โดยมีการพัฒนาและติดตามผลโครงการตามตัวชี้วัด OKRs ภายใต้การให้คำแนะนำของผู้บริหาร คณะกรรมการคัดเลือกคนเก่ง และคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก มจธ. ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาข้อมูลการตลาดการท่องเที่ยวและการเพิ่มศักยภาพของบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการภายในองค์กรและลดขั้นตอนการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนำระบบสารสนเทศและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งเสริมการสื่อสารภายในองค์กร สร้างความผูกพันต่อองค์กร เพิ่มมูลค่าและบริหารจัดการทรัพย์สินขององค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization) ที่มีกระบวนการทำงานที่ดี คิดเชิงยุทธศาสตร์ สร้างคนเก่ง มีจริยธรรม ที่ทุ่มเทการทำงาน พัฒนาข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีทันสมัยเท่าทันการเปลี่ยนแปลง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ แผนวิสาหกิจบริบทของ ททท.

    ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) ดำเนินงานภายใต้ภารกิจหลัก ได้แก่ การวิจัยสร้างองค์ความรู้ด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขัน อาทิ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขัน การให้คำปรึกษาทางด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขัน อาทิ การพัฒนาบุคลากรของภาครัฐและภาคเอกชนให้สามารถสร้างและขับเคลื่อนปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันองค์กรได้ ซึ่ง STECO ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างและการเพิ่มศักยภาพของคนในองค์กร  สามารถใช้ประโยชน์จากคนเก่งในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันหรือการพัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

  • STECO ร่วมกับ จัดทำโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคของโรงเรียนและการเข้าถึงโรงเรียน

    STECO ร่วมกับ จัดทำโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคของโรงเรียนและการเข้าถึงโรงเรียน

    ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (𝐒𝐓𝐄𝐂𝐎) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และธนาคารโลก (𝐖𝐨𝐫𝐥𝐝 𝐁𝐚𝐧𝐤) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (𝐄𝐪𝐮𝐢𝐭𝐚𝐛𝐥𝐞 𝐄𝐝𝐮𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐅𝐮𝐧𝐝: 𝐄𝐄𝐅) ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนเป้าหมายและเก็บแบบสอบถามโครงการพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคของโรงเรียนและการเข้าถึงโรงเรียน” ตามกรอบมาตรฐานขั้นพื้นฐานในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียน (𝐅𝐮𝐧𝐝𝐚𝐦𝐞𝐧𝐭𝐚𝐥 𝐒𝐜𝐡𝐨𝐨𝐥 𝐐𝐮𝐚𝐥𝐢𝐭𝐲 𝐋𝐞𝐯𝐞𝐥: 𝐅𝐒𝐐𝐋) ณ โรงเรียนสมนึกวิทิศวรการ และโรงเรียนบ้านหนองหม้อข้าว (ศิริทวีอุปถัมถ์) อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 21-22 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

    โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวชี้วัด ด้านพื้นที่การเรียนรู้และเสริมทักษะที่เหมาะสม (𝙊𝙥𝙩𝙞𝙢𝙖𝙡 𝙨𝙥𝙖𝙘𝙚𝙨 𝙛𝙤𝙧 𝙡𝙚𝙖𝙧𝙣𝙞𝙣𝙜) ความปลอดภัยและสุขภาพ รวมถึงการออกแบบเพื่อความเท่าเทียม (𝙎𝙖𝙛𝙚𝙩𝙮 𝙖𝙣𝙙 𝙝𝙚𝙖𝙡𝙩𝙝 𝙞𝙣𝙘𝙡𝙪𝙙𝙞𝙣𝙜 𝙙𝙚𝙨𝙞𝙜𝙣 𝙛𝙤𝙧 𝙚𝙦𝙪𝙞𝙩𝙮) และ อุปกรณ์การเรียนการสอนที่เหมาะสมและเพียงพอ (𝙇𝙚𝙖𝙧𝙣𝙞𝙣𝙜 𝙢𝙖𝙩𝙚𝙧𝙞𝙖𝙡𝙨 𝙖𝙣𝙙 𝙖𝙞𝙙𝙨 𝙛𝙤𝙧 𝙨𝙩𝙪𝙙𝙚𝙣𝙩𝙨) ซึ่งวัตถุประสงค์ที่กล่าวข้างต้นเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัยได้อย่างเท่าเทียมกัน