การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการจัดการสินค้าคงคลัง

ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ธุรกิจคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ากำไรคือเป้าหมายสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการทำกำไรเกิดจากการบริหารรายได้และต้นทุนที่เหมาะสม ต้นทุนการบริหารสินค้าคงคลีงเป็นหนึ่งใต้นทุนโลจิสติกส์ ดังนั้น ธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญในการจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการสูญเสียโอกาสในการขายและลดต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลังที่ไม่จำเป็น

นำไปสู่การสร้างกำไรอย่างยั่งยืน ปริมานสินค้าคงคลังเป็นตัวชี้วัดเงินทุนของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งองค์กรจะนำข้อมูลจากการจัดการสินค้าคงคลังไปใช้ในการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและวางแผนขยายธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการจัดการสินค้าคงคลัง การจัดการสินค้าคงคลังยังต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมและติดตามของเสียหรือสินค้าคงคลังที่ไม่จำเป็น เช่น สินค้ามีความเสียหาย หรือสินค้าหมดอายุ เพื่อลดต้นทุนที่จะเกิดจากการถือครองสินค้าคงคลัง

การบริหารสินค้าคงคลังทั้งที่เป็นวัตถุดิบ (Raw Materials) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตหรือแปรรูปเพื่อให้เกิดเป็นสินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) ที่พร้อมจะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้านั้น ควรมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้เหมาะสมกับธุรกิจ หลักการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ เช่น การวางแผนการสั่งซื้อด้วยการคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด (Economic Order Quantity: EOQ) ทั้งค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ (Ordering Cost) และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า (Carrying Cost) ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด การคำนวณหาจุดสั่งซื้อ (Reorder Point) วัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปที่เหมาะสมทั้งด้านเวลา และปริมาณความต้องการใช้ของธุรกิจ รวมถึงการกำหนดปริมาณสินค้าคงคลัง (Safety Stock) ที่เหมาะสมเพื่อให้มีสินค้าเพียงพอกับความต้องการของลูกค้า และบริหารจัดการสินค้าคงคลังไม่ให้มี Dead stock เพื่อให้วัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปไม่เสื่อมสภาพและล้าสมัย

การลดปริมาณสินค้าคงคลัง สามารถใช้วิธีการผลิตสินค้าเมื่อมีความต้องการจากลูกค้าเท่านั้น เพื่อให้จำนวนสินค้าคงคลังเป็นศูนย์ (Zero Inventory) หรือให้มีปริมาณสินค้าคงคลังน้อยที่สุด ด้วยแนวคิดการผลิตและส่งมอบแบบทันเวลา JIT (Just In Time) นอกจากนี้ ธุรกิจบางประเภทยังสามารถใช้แนวคิดการบริหารจัดการสินค้าคงคลังแบบ Vendor Managed Inventory (VMI) คือการให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายเป็นผู้บริหารสินค้าคงคลังแทน มีหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผนการส่งสินค้า และการเติมเต็มสินค้า ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจัดเก็บสินค้าคงคลังได้

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการสินค้าคงคลังอยู่หลากหลาย อาทิ การใช้อุปกรณ์เฉพาะในการอ่านBarcode เพื่อลดระยะเวลาในกระบวนการทำงานตั้งแต่การรับสินค้า (Receiving) การจัดเก็บ (Storage) การขนย้ายสินค้าออก (Put Away) รวมทั้งการหยิบสินค้าตามคำสั่ง (Picking Order) และการจัดส่ง (Shipping) การระบุด้วยความถี่วิทยุ RFID (Radio Frequency Identification) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้การติดฉลากอิเล็คทรอนิคส์ (RFID Tags) ด้วยอุปกรณ์ที่มีชิพความจำพิเศษในการรวบรวมข้อมูล โดยการอ่านข้อมูลจะใช้เครื่องอ่าน (Reader) สัญญาณตามความถี่ของคลื่นสัญญาณวิทยุที่กำหนดไว้เฉพาะสามารถอ่านข้อมูลได้พร้อมกันตามปริมาณสินค้าที่ต้องการ เช่น การอ่านข้อมูลสินค้าทั้งพาเลท ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาชิพให้มีคุณภาพขึ้นสามารถอ่านข้อมูลสินค้าได้ทั้งตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ทราบข้อมูลผู้ผลิต วันที่ผลิต ส่วนประกอบ และสามารถตรวจสอบ ติดตาม บันทึกข้อมูลสินค้า รวมถึงตำแหน่งของสินค้าคงคลังได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำสูง นอกจากนี้ มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการแบ่งปันข้อมูลในลักษณะ Virtual Inventory ซึ่งเป็นการสื่อสารเพื่อแบ่งปันข้อมูลสินค้าคงคลังของธุรกิจให้แผนกอื่นๆที่เกี่ยวข้องทราบ รวมถึงแบ่งปันข้อมูลให้ซัพพลายเออร์ขอองธุรกิจ โดยเป้าหมายของการแบ่งปันข้อมูลนี้เพื่อให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทราบถึงสถานะและปริมาณของสินค้าคงคลังที่ถูกต้องอย่างเป็นปัจจุบัน (Real Time) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการผลิต การจัดซื้อ การเติมเต็มสินค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงคลังของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาธุรกิจ การบริหารจัดการสินค้าคงคลังในยุค 4.0 จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จาการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค สอดรับกับความสะดวกในการปฏิบัติงาน การลดความซับซ้อน ลดการสูญเปล่า ลดความสูญเสียที่เกิดจาก Human Error ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลกำไรและสร้างมูลค่าต่อธุรกิจ ดังนั้น ผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน หรือผู้ปฏิบัติงานทั้งในแผนกจัดซื้อ แผนกวางแผนการผลิต แผนกผลิต แผนกคลังสินค้า และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จึงควรมีความรู้ ความเข้าใจหลักการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพต่อธุรกิจสูงสุด ท่านสามารถร่วมเรียนรู้และร่วมกิจกรรม Workshop การจัดการสินค้าคงคลังเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ด้วยองค์ความรู้ APICS Certified in Planning and Inventory Management Part II หรือ CPIM Part II เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการวางแผนการผลิตและการจัดการสินค้าคงคลังที่เป็นมาตรฐานสากล จากสถาบัน APICS ซึ่งเป็นองค์กรที่พัฒนาองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนชั้นนำระดับโลก โดยมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเป็น APICS Authorized Channel Partner

อ่านเพิ่มเติม: https://logisticsmag.net/%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0
%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-124859-digital-technology-for-inventory-management.html