STECO KMUTT จัด Workshop เพื่อพัฒนาระบบสมรรถนะ ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร (STECO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อพัฒนาระบบสมรรถนะ ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ “สมรรถนะ” (Competency) และพัฒนาแนวทางสมรรถนะให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ของ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ทั้งนี้ ระบบสมรรถนะดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส คล่องตัว และสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประเมินสมรรถนะ และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส คล่องตัว และตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์ ทบทวน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้ (Knowledge) และทักษะ (Skills) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในบริบทขององค์กรดิจิทัลยุคใหม่ รวมถึงแนวทางการประเมินสมรรถนะในอนาคต

กิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดด้านสมรรถนะ การระดมสมองตลอดจนเปิดพื้นที่ ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมอภิปราย วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเหมาะสมของสมรรถนะในแต่ละระดับ นำโดย ผศ. ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ หัวหน้าโครงการ รศ. ดร.สุจินดา โพธิ์ไพฑูรย์ และผศ. ดร.รังสรรค์ เกียรติ์ภานนท์ ที่ปรึกษาโครงการ

บรรยากาศตลอดการจัดกิจกรรมเต็มไปด้วยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากบุคลากรของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการร่วมกันพัฒนาระบบสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพการร่วมกันพัฒนาระบบสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภารกิจขององค์กร และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินงานภาครัฐในยุคดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม